รายงานจาก MIT Technology Review ระบุว่าราคาขายปลีกน้ำมันในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นถึงเกือบ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยพบว่ายอดการค้นหารถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 20% และในบางรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่าง Tesla Model Y มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ ในปี 2026 ยังเป็นช่วงเวลาที่รถยนต์ไฟฟ้ามือสองสภาพดีจะเริ่มเข้าสู่ตลาดจำนวนมากจากการสิ้นสุดสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ราคาพลังงานที่สูงจะเป็นผลดีต่อยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 50-60% ของค่าขนส่งสินค้าทางเรือ และยังมีผลต่อราคาปุ๋ยเคมีรวมถึงตั๋วเครื่องบิน ซึ่งหากภาวะนี้ดำเนินต่อไปอาจนำไปสู่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อโครงการพลังงานสะอาดที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากด้วยเช่นกัน