สหรัฐฯ กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านนโยบายพลังงานด้วยร่างกฎหมาย Bipartisan American Affordability and Jobs Act (BAAJA) ซึ่งหนาถึง 417 หน้า โดยมีเป้าหมายหลักในการปฏิรูประบบการขออนุมัติ (Permitting Reform) ที่ปัจจุบันมีความล่าช้าและซับซ้อนอย่างมาก กฎหมายนี้จะกำหนดเดดไลน์ที่ชัดเจนและจำกัดประเภทโครงการที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากรัฐบาลกลางในบางระดับ
จุดเด่นของร่างกฎหมายนี้คือความ 'เป็นกลางทางเทคโนโลยี' ซึ่งหมายถึงการเปิดโอกาสให้ทั้งโครงการพลังงานสะอาด เช่น ลมและโซลาร์ และโครงการฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติ สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น แม้กลุ่มพลังงานสะอาดจะมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 350 กิกะวัตต์ แต่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางส่วนกังวลว่าการลดขั้นตอนตรวจสอบอาจส่งผลเสียต่อพื้นที่สาธารณะและเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขยายตัวของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ