AI & MACHINE LEARNING

เพนตากอนทุ่มงบ 30 ล้านดอลลาร์ พัฒนาเครื่องจับเท็จพลัง AI และเซนเซอร์ระยะไกล

MIT Technology Review25 Sep 2026
1 min read
Key Takeaways
  • สหรัฐฯ กำลังยกระดับเครื่องมือจับเท็จด้วย AI และเซนเซอร์ระยะไกลเพื่อหวังลดการรั่วไหลของข้อมูลและคัดกรองบุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

การนำ AI มาใช้ในงานความมั่นคงระดับชาติเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและการจ้างงานในวงกว้าง หากระบบยังขาดความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DOD) ยื่นคำขอรับงบประมาณ 30.3 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 5 ปีเพื่อพัฒนาโครงการ Polygraph+ หรือ Polygraph Next ซึ่งเป็นระบบจับเท็จรุ่นใหม่ที่เน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิงในการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการใช้เทคโนโลยี 'standoff sensing' ที่สามารถตรวจวัดสัญญาณทางสรีรวิทยาได้โดยไม่ต้องติดอุปกรณ์กับตัวบุคคล

โครงการนี้ดำเนินการโดยหน่วยงาน DCSA เพื่อใช้ในการตรวจสอบประวัติพนักงานและตรวจจับภัยคุกคามภายใน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายยังคงกังขาในประสิทธิภาพ เนื่องจากเทคโนโลยีการจับเท็จในอดีตมักให้ผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำและขึ้นอยู่กับการตีความส่วนบุคคล โดยมีการคาดการณ์ว่าระบบใหม่อาจใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศีรษะ อุณหภูมิผิวหน้า และกิจกรรมของรูขุมขนผ่านกล้องมาตรฐาน

สรุปประเด็นหลัก

งบประมาณ 30.3 ล้านดอลลาร์สำหรับพัฒนา AI จับเท็จภายใน 5 ปี

เน้นการใช้ Standoff Sensing ตรวจสอบสัญญาณชีพโดยไม่สัมผัสตัว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการรวม AI กับการจับเท็จอาจสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

platform

โครงการ Polygraph+

ระบบจับเท็จรุ่นใหม่ที่ใช้ AI วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือผ่านข้อมูลมัลติโมดอล

infrastructure

Standoff Sensing

เทคโนโลยีตรวจวัดสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ ผ่านกล้องโดยไม่ต้องสัมผัส

Developer Impact
วิศวกรด้าน Computer Vision และ AI จะได้รับประโยชน์จากการศึกษาอัลกอริทึมที่ใช้ตรวจวัดสัญญาณสรีรวิทยาผ่านวิดีโอ (Non-contact sensing)
Keywords
#ai #polygraph #pentagon #machine learning #biometrics
Original Source

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวหลัก

MIT Technology Review