AWS ประกาศเปิดตัว Next Generation ของ AWS Resilience Hub เพื่อช่วยให้ทีม Site Reliability Engineering (SRE) และทีมพัฒนาสามารถรักษาเสถียรภาพของแอปพลิเคชันในระดับองค์กรได้ดียิ่งขึ้น โดยการอัปเดตครั้งนี้มุ่งเน้นที่การนำ Generative AI มาช่วยในการวิเคราะห์ Failure Mode Analysis ซึ่งจะตรวจสอบบริการต่างๆ ตามนโยบายความทนทาน (Resilience Policy) และมาตรฐาน Well-Architected เพื่อหาจุดบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น
ฟีเจอร์เด่นอีกประการคือ Dependency Discovery Assessment ที่สามารถค้นหาจุดเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกโดยอัตโนมัติผ่านการวิเคราะห์ DNS Query Logs ซึ่งช่วยให้ทีมมองเห็นความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ (Hidden Dependencies) เช่น การเรียกใช้บริการข้าม Region โดยไม่เจตนา นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงโมเดลการทำงานให้เป็นระดับ 'System' และ 'Service' เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจจริง ทำให้การรายงานผลและความต้องการด้านการกู้คืนข้อมูล (RTO/RPO) มีความชัดเจนและตรวจสอบได้ง่ายขึ้นในระดับองค์กรผ่าน AWS Organizations