สหรัฐอเมริกาทำสถิติการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ครั้งใหม่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยมีการติดตั้งรวมทั้งสิ้น 20.2 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนราว 700,000 หลังในหนึ่งวัน การเติบโตนี้ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีคาดว่าจะมีการติดตั้งถึง 71 กิกะวัตต์-ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโครงการขนาดใหญ่ระดับสาธารณูปโภค (Utility-scale) โดยเฉพาะโครงการระดับ 'Gigascale' หรือที่มีความจุมากกว่า 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ที่เริ่มเปิดใช้งานถึง 7 แห่งในไตรมาสเดียว นอกจากนี้ในภาคธุรกิจ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยังเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด โดยคิดเป็น 3 ใน 4 ของการติดตั้งใหม่ในภาคพาณิชย์เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ตลาดแบตเตอรี่ระดับที่พักอาศัยกลับมีการเติบโตที่ชะลอตัวลงเนื่องจากการสิ้นสุดของมาตรการอุดหนุนทางภาษีในปี 2025 ทั้งนี้อุตสาหกรรมกำลังมุ่งหน้าสู่การพึ่งพาเทคโนโลยีที่ผลิตภายในสหรัฐฯ มากขึ้น ตามข้อกำหนดทางภาษีใหม่ที่เน้นลดการนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่จากจีน ซึ่งคาดว่ากำลังการผลิตในประเทศจะเริ่มตอบสนองความต้องการได้เต็มที่ในช่วงปี 2030