CLOUD & INFRA

สหรัฐฯ ทำสถิติติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่สูงสุดในไตรมาส 2 ปี 2026

MIT Technology Review09 Sep 2026
1 min read
Key Takeaways
  • สหรัฐฯ ติดตั้งแบตเตอรี่ทำสถิติใหม่โดยมีศูนย์ข้อมูลเป็นตัวเร่งหลัก ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังปรับตัวสู่การผลิตในประเทศตามข้อกำหนดภาษีใหม่

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

การขยายตัวของระบบกักเก็บพลังงานเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าในช่วงที่ลมหรือแสงแดดไม่เพียงพอ และยังสะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล AI

สหรัฐอเมริกาทำสถิติการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ครั้งใหม่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยมีการติดตั้งรวมทั้งสิ้น 20.2 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนราว 700,000 หลังในหนึ่งวัน การเติบโตนี้ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีคาดว่าจะมีการติดตั้งถึง 71 กิกะวัตต์-ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโครงการขนาดใหญ่ระดับสาธารณูปโภค (Utility-scale) โดยเฉพาะโครงการระดับ 'Gigascale' หรือที่มีความจุมากกว่า 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ที่เริ่มเปิดใช้งานถึง 7 แห่งในไตรมาสเดียว นอกจากนี้ในภาคธุรกิจ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยังเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด โดยคิดเป็น 3 ใน 4 ของการติดตั้งใหม่ในภาคพาณิชย์เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ตลาดแบตเตอรี่ระดับที่พักอาศัยกลับมีการเติบโตที่ชะลอตัวลงเนื่องจากการสิ้นสุดของมาตรการอุดหนุนทางภาษีในปี 2025 ทั้งนี้อุตสาหกรรมกำลังมุ่งหน้าสู่การพึ่งพาเทคโนโลยีที่ผลิตภายในสหรัฐฯ มากขึ้น ตามข้อกำหนดทางภาษีใหม่ที่เน้นลดการนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่จากจีน ซึ่งคาดว่ากำลังการผลิตในประเทศจะเริ่มตอบสนองความต้องการได้เต็มที่ในช่วงปี 2030

สรุปประเด็นหลัก

มีการติดตั้งแบตเตอรี่ใหม่รวม 20.2 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ในไตรมาสที่ 2 ปี 2026

ศูนย์ข้อมูลครองสัดส่วน 75% ของการติดตั้งแบตเตอรี่ใหม่ในภาคพาณิชย์

มาตรการภาษีใหม่ผลักดันให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนจากการนำเข้าจากจีนมาเป็นการผลิตในสหรัฐฯ

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

infrastructure

โครงการแบตเตอรี่ระดับ Gigascale

การเปิดใช้งานระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่กว่า 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง จำนวน 7 โครงการในไตรมาสเดียว

platform

ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล

การนำแบตเตอรี่มาใช้ในเชิงพาณิชย์โดยมีกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้งานหลักเพื่อรองรับการขยายตัวของบริการดิจิทัล

Developer Impact
ทีมวิศวกรโครงสร้างพื้นฐานและผู้ดูแลศูนย์ข้อมูลจะได้รับประโยชน์จากเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีตัวเลือกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ผลิตในท้องถิ่นมากขึ้นในระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นอาจมีภาระด้านต้นทุนที่สูงขึ้นจากการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชน
Keywords
#energy storage #battery technology #data center infrastructure #renewable energy #grid stability
Original Source

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวหลัก

MIT Technology Review