Jabil ซึ่งมีฐานการผลิตมากกว่า 100 แห่งใน 30 ประเทศ ประสบปัญหาความซับซ้อนของระบบไอทีที่กระจัดกระจายและข้อมูลที่เป็นไซโล ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจและการเติบโต บริษัทจึงตัดสินใจร่วมมือกับ SAP เพื่อใช้แนวคิด 'ลดความซับซ้อนก่อน แล้วจึงนวัตกรรม' (Simplify-first, then-innovate) โดยมุ่งเน้นการสร้าง Data Backbone ที่แข็งแกร่งและเป็นหนึ่งเดียวกันผ่าน SAP Integration Suite
การเปลี่ยนแปลงนี้เน้นที่การเชื่อมต่อกระบวนการแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำ (End-to-end) ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ข้อมูลไหลเวียนได้อย่างราบรื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญก่อนที่จะนำ AI หรือระบบอัตโนมัติมาใช้งาน ผลลัพธ์ที่ได้คือความสามารถในการมองเห็นเหตุการณ์ในห่วงโซ่อุปทานแบบเรียลไทม์ ช่วยให้พนักงานเปลี่ยนจากการเสียเวลาค้นหาข้อมูลเป็นการนำอินไซต์ไปใช้งานได้ทันที และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยความเรียบง่ายในระดับสเกลใหญ่