RESEARCH / FUTURE TECH

NASA เผยดีไซน์จรวดนิวเคลียร์แบบ Bimodal ลดเวลาเดินทางไปดาวอังคารเหลือเพียงครึ่งเดียว

IEEE Spectrum26 Aug 2026
1 min read
Key Takeaways
  • จรวดนิวเคลียร์ S-BNR สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและผลิตไฟฟ้าได้พร้อมกัน ช่วยให้การเดินทางไปดาวอังคารรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

เทคโนโลยีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร เพราะการลดระยะเวลาเดินทางลงเกือบเท่าตัวจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและลดความซับซ้อนของระบบรักษาชีวิตในยานอวกาศ

วิศวกรจาก NASA และ General Atomics ได้ร่วมกันพัฒนาแนวคิดจรวดนิวเคลียร์แบบ Bimodal รูปแบบใหม่ (Synchronal Bimodal Nuclear Rocket หรือ S-BNR) เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของการเดินทางสำรวจอวกาศระยะไกล นั่นคือระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนานซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักบินอวกาศจากสภาวะไร้น้ำหนักและรังสีคอสมิก

ระบบ S-BNR นี้ใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพียงชุดเดียวแต่สามารถทำงานได้สองระบบพร้อมกัน โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์นิวเคลียร์ความร้อน (Nuclear Thermal Engine) เพื่อสร้างแรงขับสูงในการปรับทิศทาง และทำหน้าที่สร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนไอออน (Electric Propulsion) อย่างต่อเนื่อง การรวมเทคโนโลยีนี้ช่วยลดความซับซ้อนของระบบวาล์วและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมหาศาล

สรุปประเด็นหลัก

เป้าหมายลดเวลาเดินทางไป-กลับดาวอังคารจาก 620 วัน เหลือ 335 วัน

ใช้เตาปฏิกรณ์เดี่ยวรองรับทั้งระบบ Thermal และ Electric propulsion

ลดความซับซ้อนทางวิศวกรรมด้วยการแยกวงจรของไหลโดยไม่ต้องใช้วาล์วสลับโหมด

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

infrastructure

Synchronal Bimodal Nuclear Rocket (S-BNR)

ระบบจรวดที่ใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เดียวในการผลิตทั้งแรงขับความร้อนและพลังงานไฟฟ้าพร้อมกัน

engineering

ระบบวงจรของไหลคู่อิสระ

การใช้ Loop ของไหลแยกกันสำหรับระบบขับเคลื่อนแต่ละแบบ ช่วยลดปัญหาการใช้เครื่องจักรที่ซับซ้อนในการสลับโหมด

Developer Impact
เป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับวิศวกรนิวเคลียร์และวิศวกรการบินในการออกแบบระบบควบคุมพลังงานที่มีความซับซ้อนสูงและการจัดการวัสดุศาสตร์ในสภาวะสุดโต่ง
Keywords
#nasa #nuclear propulsion #mars mission #s-bnr #aerospace engineering
Original Source

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวหลัก

IEEE Spectrum