RESEARCH / FUTURE TECH

นักวิจัย NIST ใช้เวลา 10 ปี วัดค่าคงตัวโน้มถ่วงสากล (big G) อีกครั้งเพื่อความแม่นยำ

IEEE Spectrum28 Jul 2026
1 min read
Key Takeaways
  • ผลการวัดค่า big G ใหม่โดย NIST ให้ค่าที่ต่ำกว่าเดิมและแตกต่างจากผลการวัดที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีความลึกลับในการวัดแรงโน้มถ่วงที่นักฟิสิกส์ต้องศึกษาต่อไป

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ค่าคงตัวโน้มถ่วงสากลเป็นพื้นฐานสำคัญในวิชาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ ความไม่แน่นอนของค่านี้ส่งผลต่อการคำนวณมวลของดวงดาวและการทำความเข้าใจโครงสร้างของเอกภพ การตรวจสอบซ้ำด้วยความละเอียดสูงช่วยลดความคลาดเคลื่อนเชิงระบบในการวัดทางวิทยาศาสตร์

การวัดค่าคงตัวโน้มถ่วงสากล หรือ 'big G' เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟิสิกส์มานานกว่าสองศตวรรษ เนื่องจากแรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่อ่อนมากเมื่อเทียบกับแรงอื่นๆ ล่าสุด Stephan Schlamminger นักฟิสิกส์จากสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ (NIST) ได้เสร็จสิ้นการทดลองที่ใช้เวลานานถึง 10 ปีเพื่อวัดค่านี้อีกครั้ง

การทดลองนี้ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า 'Torsion Balance' ในระบบสุญญากาศ ซึ่งใช้การวัดมุมการบิดของเส้นแถบโลหะบางๆ ที่เกิดจากแรงดึงดูดระหว่างมวลทรงกระบอก ผลการวัดล่าสุดได้ค่า 6.67387 x 10^-11 m^3/(kg s^2) ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วไป และต่ำกว่าผลการวัดของสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (BIPM) ถึง 0.0235% แม้การทดลองนี้จะยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่แน่ชัดถึงสาเหตุของความแตกต่าง แต่ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงค่าคงที่พื้นฐานของจักรวาลให้แม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต

สรุปประเด็นหลัก

ใช้เวลาทดลองนาน 10 ปีด้วยเทคนิค Torsion Balance ที่มีความแม่นยำสูง

ผลการวัดใหม่ (6.67387 x 10^-11) ต่ำกว่าค่าที่เคยมีการบันทึกไว้โดย BIPM

ยังไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน (Smoking Gun) ของความคลาดเคลื่อนระหว่างการทดลองต่างๆ

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

research

การใช้ Torsion Balance แบบสี่ทิศทาง

ใช้การจัดเรียงมวลแบบเครื่องหมายบวกเพื่อแยกแรงโน้มถ่วงในแนวตั้งของโลกออกจากแรงโน้มถ่วงในแนวนอนที่ต้องการวัด

Developer Impact
ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่มีผลต่อนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการจำลองทางฟิสิกส์ (Physics Simulation) และระบบการวัดที่ต้องการความแม่นยำระดับมาตรฐานสากล
Keywords
#gravity #nist #physics #gravitational constant #big g
Original Source

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวหลัก

IEEE Spectrum