NVIDIA ประกาศการใช้งาน CPU ตระกูล 'Vera' (ที่ใช้คอร์ Olympus 88 คอร์) เข้าสู่เวิร์กโฟลว์การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (EDA) ของตนเอง เพื่อใช้ในการออกแบบจีพียูและซีพียูรุ่นถัดไป การตัดสินใจนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ GPU และ AI จะช่วยเร่งการออกแบบชิปได้ในหลายส่วน แต่ขั้นตอนการจำลองตรรกะ (Logic Simulation) และการตรวจสอบความถูกต้อง (Formal Verification) ยังคงต้องพึ่งพาประสิทธิภาพการทำงานของ CPU แบบคอร์เดี่ยวที่รวดเร็วและระบบหน่วยความจำที่มีแบนด์วิดท์สูง
จากการทดสอบร่วมกับผู้นำด้าน EDA อย่าง Cadence และ Synopsys พบว่าซอฟต์แวร์ Cadence Jasper และ Synopsys VCS สามารถทำงานได้เร็วขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อใช้บน Vera CPU เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ซึ่งความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยให้วิศวกรสามารถค้นหาบักและทดสอบการออกแบบได้บ่อยขึ้น ลดเวลาที่ต้องใช้ก่อนการส่งชิปไปผลิตจริง (Tapeout)
นอกจากนี้ NVIDIA ยังมีแผนที่จะพัฒนาต่อยอดไปยัง CPU รุ่นถัดไปที่มีชื่อรหัสว่า 'Rosa' ซึ่งจะใช้คอร์ 'Rigel' เพื่อสร้างวงจรป้อนกลับ (Feedback Loop) ในการนำชิปของตนเองมาใช้พัฒนาชิปรุ่นที่เก่งกว่าเดิมอย่างต่อเนื่อง