AI & MACHINE LEARNING

เปิดตัว Gemini 3.5 Live Translate ระบบแปลภาษาด้วยเสียงแบบเกือบเรียลไทม์รองรับ 70 ภาษา

Google DeepMind09 Jun 2026
1 min read
Key Takeaways
  • Gemini 3
  • 5 Live Translate เปลี่ยนการแปลภาษาจากระบบสลับกันพูดเป็นระบบแปลต่อเนื่องที่รักษาเอกลักษณ์เสียงของผู้พูด

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ระบบนี้ช่วยทลายกำแพงด้านภาษาในการสื่อสารแบบสด เช่น การประชุมทางไกลหรือการท่องเที่ยว โดยมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับล่ามมนุษย์มากขึ้นผ่านเทคโนโลยี Low-latency Audio AI

Google เปิดตัว Gemini 3.5 Live Translate ซึ่งเป็นโมเดลประมวลผลเสียงรุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อการแปลภาษาแบบ Speech-to-Speech โดยเฉพาะ ความแตกต่างที่สำคัญจากระบบเดิมคือการประมวลผลแบบต่อเนื่อง (Continuous Generation) ทำให้ไม่ต้องรอให้คู่สนทนาพูดจบประโยค ระบบจะเริ่มแปลและสร้างเสียงทันทีโดยมีความล่าช้าเพียงไม่กี่วินาที ช่วยให้การสนทนาไหลลื่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น

โมเดลนี้มีความสามารถในการตรวจจับภาษาได้อัตโนมัติกว่า 70 ภาษา และรองรับการจับคู่ภาษาแปลได้มากกว่า 2,000 รูปแบบ โดยเสียงที่แปลออกมาจะยังคงรักษาโทนเสียง ระดับเสียง และจังหวะการพูดของผู้พูดต้นฉบับไว้ นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมต่างๆ และมีการฝังลายน้ำ SynthID เพื่อความปลอดภัยในการตรวจสอบเนื้อหาที่สร้างโดย AI

สรุปประเด็นหลัก

รองรับการแปลภาษาแบบ Speech-to-Speech ต่อเนื่องใน 70+ ภาษา

คงไว้ซึ่งโทนเสียง (Intonation) และจังหวะการพูด (Pacing) ของผู้พูดเดิม

เปิดใช้งานผ่าน Gemini Live API, Google Meet และแอป Google Translate

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

models

การแปลแบบไหลลื่น (Fluid Translation)

ประมวลผลและสร้างเสียงแปลแบบขนานไปกับการพูด ช่วยลดช่องว่างที่น่าอึดอัดระหว่างการสนทนา

creative ai

ระบบรักษาเอกลักษณ์เสียง

เสียงที่แปลออกมาจะปรับตามจังหวะและความสูงต่ำของเสียงต้นฉบับเพื่อให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติ

Developer Impact
นักพัฒนาสามารถนำ Gemini Live API ไปใช้สร้างฟีเจอร์แปลภาษาสดในแอปพลิเคชันสื่อสารของตนเองได้ โดยมีพันธมิตรอย่าง LiveKit และ Agora รองรับด้านโครงสร้างพื้นฐาน
Keywords
#gemini 3.5 #live translate #speech-to-speech #google ai #real-time translation
Original Source

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวหลัก

Google DeepMind