อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์กำลังเดินไปในสองเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในประเทศจีน เตาปฏิกรณ์ขนาดใหญ่ระดับกิกะวัตต์กำลังถูกสร้างขึ้นด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง โดยจีนสามารถเพิ่มกำลังการผลิตนิวเคลียร์ได้เกือบเท่าตัวตั้งแต่ปี 2016 กุญแจสำคัญของความสำเร็จนี้คือการสร้างมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียว (Standardization) ทั้งในด้านการออกแบบ การออกใบอนุญาต และการก่อสร้าง ซึ่งช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างเหลือเพียง 5-7 ปี เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 9 ปี
ในทางกลับกัน สหรัฐฯ และฝรั่งเศสแทบไม่มีการเพิ่มเตาปฏิกรณ์ใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงระดับพันล้านดอลลาร์และระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนาน ทำให้ปัจจุบันฝั่งตะวันตกเริ่มหันไปให้ความสนใจกับเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (SMR) และไมโครเรอัคเตอร์ที่สามารถผลิตจากโรงงานและนำมาประกอบหน้างานได้ แม้ว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยของเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กจะสูงกว่าเตาแบบเดิม แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและเริ่มผลิตพลังงานได้รวดเร็วกว่า