การออกแบบวงจรรวม (IC Design) ในภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมมีแนวทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในภาควิชาการ เป้าหมายหลักคือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การพิสูจน์แนวคิด หรือการทดลองสถาปัตยกรรมที่ไม่ธรรมดา แต่ในภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายคือการทำให้ชิปทำงานได้อย่างเชื่อถือได้ ซ้ำได้ และสามารถผลิตได้ในจำนวนมาก (Scale)
ความเสี่ยงเป็นอีกปัจจัยที่แตกต่างกัน ในขณะที่ภาควิชาการสามารถยอมรับความล้มเหลวบางส่วนเพื่อแลกกับความรู้ใหม่ แต่ภาคอุตสาหกรรมต้องลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายในการผลิตแผ่นมาสก์ (Mask) สำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงนั้นสูงถึงหลายสิบล้านดอลลาร์ ทำให้ความสำเร็จในการผลิตชิปให้ใช้งานได้ตั้งแต่ครั้งแรก (First-time Silicon Success) เป็นข้อกำหนดที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ การใช้ IP สำเร็จรูปจากบริษัทภายนอก เช่น Arm หรือ Synopsys ยังเป็นส่วนประกอบหลักถึง 80% ของพื้นที่ชิปในปัจจุบัน ซึ่งต่างจากการออกแบบในมหาวิทยาลัยที่มักจะสร้างบล็อกส่วนใหญ่ขึ้นเอง