Microsoft นำเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการความปลอดภัยสำหรับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (IaaS) ภายใต้โครงการ Secure Future Initiative (SFI) โดยเน้นย้ำว่าความปลอดภัยที่แท้จริงต้องถูกฝังอยู่ในทุกชั้นของระบบ ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ที่เป็นรากฐานไปจนถึงการปฏิบัติงานประจำวัน หัวใจสำคัญคือ 'Hardware Root of Trust' ที่ใช้ TPM และ Secure Boot เพื่อยืนยันว่าไม่มีการดัดแปลงเฟิร์มแวร์ก่อนที่ระบบจะเริ่มทำงาน รวมถึงการใช้ Azure Boost เพื่อแยกส่วนงานบริหารจัดการออกจากเวิร์กโหลดของลูกค้า ช่วยลดโอกาสในการถูกโจมตี
นอกจากระดับฮาร์ดแวร์แล้ว Azure ยังให้ความสำคัญกับ 'Secure by Default' เช่น การตั้งค่าเครือข่ายที่บล็อกทราฟฟิกขาเข้าโดยอัตโนมัติ และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption at rest) เป็นค่าเริ่มต้น แพลตฟอร์มยังสนับสนุนเทคโนโลยี Confidential Computing เพื่อปกป้องข้อมูลในขณะที่มีการประมวลผล (Data in use) ผ่านสภาพแวดล้อมที่แยกตัวออกมาโดยเฉพาะ (TEEs) ซึ่งช่วยให้องค์กรที่มีความต้องการความปลอดภัยสูงสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกเข้าถึงโดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งจากฝ่ายควบคุมระบบเอง