RESEARCH / FUTURE TECH

NASA เตรียมสร้างยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์ SR-1 Freedom เพื่อภารกิจดาวอังคาร

MIT Technology Review14 Apr 2026
1 min read
Key Takeaways
  • NASA ยกระดับการสำรวจอวกาศด้วยการกลับมาพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อความเร็วและความเป็นอิสระจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภารกิจดาวอังคาร

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

พลังงานนิวเคลียร์เป็นกุญแจสำคัญในการสำรวจอวกาศที่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ ซึ่งแผงโซลาร์เซลล์มีประสิทธิภาพต่ำ และช่วยลดระยะเวลาเดินทางไปกลับดาวอังคารซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยของมนุษย์

NASA ได้ประกาศโครงการ Space Reactor-1 Freedom (SR-1) ซึ่งเป็นยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกที่ออกแบบมาสำหรับการเดินทางระหว่างดาวเคราะห์ โดยมีเป้าหมายในการส่งไปดาวอังคารภายในปี 2028 เทคโนโลยีนี้จะใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิชชันเพื่อสร้างความร้อนและแรงขับเคลื่อน ซึ่งมีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงกว่าการใช้เชื้อเพลิงเคมีแบบเดิมหลายเท่า ช่วยให้นักบินอวกาศเดินทางได้เร็วขึ้นและลดเวลาการสัมผัสรังสีคอสมิกที่เป็นอันตราย

ระบบขับเคลื่อนที่กำลังพิจารณามี 2 รูปแบบหลัก คือ Nuclear Thermal Propulsion (NTP) ที่ใช้ความร้อนมหาศาลขยายตัวก๊าซเพื่อสร้างแรงผลัก และ Nuclear Electric Propulsion (NEP) ที่เปลี่ยนพลังงานนิวเคลียร์เป็นไฟฟ้าเพื่อขับดันก๊าซ แม้ว่าโครงการในอดีตอย่าง DRACO จะถูกยกเลิกไป แต่การแข่งขันด้านอวกาศที่เพิ่มขึ้นทำให้ NASA กลับมาเร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการสำรวจอวกาศห้วงลึก

สรุปประเด็นหลัก

ยาน SR-1 Freedom มีเป้าหมายส่งไปดาวอังคารภายในปี 2028

เทคโนโลยีฟิชชันในอวกาศให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าเชื้อเพลิงเคมีมหาศาล

ช่วยลดความเสี่ยงจากรังสีให้นักบินอวกาศเนื่องจากใช้เวลาเดินทางสั้นลง

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

infrastructure

Space Reactor-1 Freedom (SR-1)

ยานอวกาศลำแรกของโลกที่ใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิชชันเต็มรูปแบบเพื่อการเดินทางระหว่างดาวเคราะห์

research

Nuclear Thermal Propulsion (NTP)

ระบบที่ใช้ความร้อนระดับ 5,000 องศาฟาเรนไฮต์จากเตาปฏิกรณ์เพื่อขับดันไฮโดรเจนเหลวให้เกิดแรงผลักความเร็วสูง

Developer Impact
วิศวกรการบินและอวกาศ รวมถึงนักออกแบบระบบพลังงาน จะต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ในการทดสอบระบบบนพื้นโลกและการจัดการวัสดุกัมมันตรังสีในอวกาศ
Keywords
#nasa #nuclear propulsion #mars mission #spacecraft #fission reactor
Original Source

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวหลัก

MIT Technology Review